กองหลังเหนียวที่สุด

แข็งแกร่งดุจหินผา! เปิดสถิติ 5 ทีมที่หลังแข็งที่สุดใน EPL ณ เวลานี้

“เกมรับ” หรือการทำอย่างไรก็ได้ให้ทีมไม่เสียประตู อาจเป็นสิ่งที่ฟังดูน่าเบื่อสำหรับแฟนฟุตบอลหลายๆคน แต่ทว่าความจริงนั้น เกมรับ เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เมื่อไรที่เราไม่โดนยิง อย่างน้อยเราก็จะไม่แพ้ ซึ่งทีมที่เป็นแชมป์หรือทีมที่ประสบความสำเร็จ ต่างก็เป็นทีมที่มีเกมรับแข็งแกร่งกันทั้งนั้น เช่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เสียประตูไปแค่ 27 ประตู จาก 38 นัด เฉลี่ยแล้วโดนยิงไม่ถึงนัดละลูกด้วยซ้ำ หรือ เชลซี ที่คว้าแชมป์ได้เมื่อสองฤดูกาลที่แล้ว ก็โดนยิงไปเพียงแค่ 33 ประตู จาก 38 นัด เฉลี่ยแล้วไม่ถึงนัดละลูกเช่นกัน

ในวันนี้เราจึงจะขอพูดถึง 5 ทีมที่เกมรับดีที่สุดใน พรีเมียร์ลีก หลังจากผ่านไป 11 เกม เราจะมาดูว่าพวกเขาเสียไปกี่ประตู จุดเด่นในเกมรับพวกเขาคืออะไร สถิติในเกมรับของพวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง จะมีทีมไหนบ้างนั้น ไปดูกันเลย

สถิติ 5 ทีม กองหลังเหนียวที่สุด ใน EPL ตอนนี้

5. วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส อันดับ 11 เสีย 12 ประตู

พรีเมียร์ลีก

เป็นหนึ่งในทีมสุดเซอร์ไพร์สประจำ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ พวกเขาเป็นทีมน้องใหม่ที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาในปีนี้ แต่กลับทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม สามารถไต่อันดับขึ้นมาถึงอันดับที่ 11 ชนะ 4 เสมอ 3 แพ้ 4 มี 15 คะแนน เก็บคลีนชีทได้ถึง 4 นัด และเสียไปเพียงแค่ 12 ประตู เฉลี่ยแล้วนัดละ 1.09 ประตูเท่านั้น น้อยกว่าทีมใหญ่อย่าง อาร์เซนอล และ แมนยู เสียอีก พวกเขาใช้แผนหลัง 3 เป็นแผนหลัก เซนเตอร์ 3 คนที่ใช้คือ วิลลิ่ โบลีย์, ไรอัน เบนเน็ตต์ และ โคเนอร์ โคดี้

โดยมีวิงแบ็ก 2 คนซ้าย-ขวาอย่าง จอนนี่ คาสโตร และ แมตต์ โดเฮอร์ตี้ และผู้รักษาประตูอย่าง รุย ปาทริซิโอ นายทวารทีมชาติโปรตุเกส เห็นได้ว่าชื่อชั้นของผู้เล่นในตำแหน่งเกมรับนั้นไม่ได้โดดเด่นหรือมีชื่อเสียงเท่าไรนัก ต้องชมแผนการเล่นและแทคติกของโค้ชอย่าง นูโน ซานโต ที่ช่วยให้ “หมาป่า” ทำผลงานได้ดีขนาดนี้

สถิติเกมรับที่สำคัญ
ลงเล่น 11 นัด เสีย 12 ประตู คลีนชีท 4 ครั้ง เซฟ 35 ครั้ง
เข้าปะทะ 194 ครั้ง(สำเร็จ 54%) บล็อกลูกยิง 38 ครั้ง
ตัดบอล 136 ครั้ง เคลียร์บอล 216 ครั้ง ทำเข้าประตูตัวเอง 1 ครั้ง


4. ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ อันดับ 4 เสีย 10 ประตู

หลังแข็งที่สุดใน EPL

“ไก่เดือยทอง” ยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เกาะกลุ่มทีมนำอย่างเหนี่ยวแน่น ถึงแม้พวกเขาจะไม่ได้เสริมผู้เล่นแม่แต่รายเดียวในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยที่ผ่านไป 11 นัด อยู่อันดับ 4 ชนะ 8 เสมอ 0 แพ้ 3 เสียไปเพียงแค่ 10 ประตู เฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 0.91 ประตูต่อเกม ไม่ถึงหนึ่งประตูต่อนัดด้วยซ้ำ ถึงแม้ ยาน แฟร์ตองเก้น เซนเตอร์คนสำคัญจะได้รับอาการบาดเจ็บ และคาดว่าจะกลับมาได้ในช่วงเดือนธันวาคม

แต่ผู้เล่นแกนหลักในแนวรับที่เหลืออย่าง โทบี้ อันเดอร์ไวเรลด์ หรือ คีแรน ทริปเปียร์ ก็ยังคงทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยตัวผู้เล่นที่มีอยู่บวกกับแทคติกของ พอช คาดว่า สเปอร์ส น่าจะยังคงรักษามาตรฐานการเล่น รวมไปถึงด้านเกมรับได้ดีไปจนจบฤดูกาล

สถิติเกมรับที่สำคัญ
ลงเล่น 11 นัด เสีย 10 ประตู คลีนชีท 4 ครั้ง เซฟ 43 ครั้ง
เข้าปะทะ 197 ครั้ง(สำเร็จ 61%) บล็อกลูกยิง 29 ครั้ง
ตัดบอล 110 ครั้ง เคลียร์บอล 260 ครั้ง


3. เชลซี อันดับ 2 เสีย 8 ประตู

สถิติ 5 ทีม EPL

เมาริซิโอ ซาร์รี เฮดโค้ชคนใหม่ของทีม สิงห์บลูส์ ขึ้นชื่อว่าเป็นโค้ชที่มีฝีมือในด้านเกมรุกที่โดดเด่นตั้งแต่ตอนที่ยังคุมอยู่ นาโปลี มาอยู่ที่ เชลซี เขายังคงรักษามาตรฐานในการคุมทีมได้อย่างสุดยอด เป็น 1 ใน 3 ทีมที่ยังไม่แพ้ใครตลอด 11 นัดที่ผ่านมา ซึ่งในด้านเกมรุกก็ยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตามสไตล์ ซาร์รี่ แต่ในด้านเกมรับก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ลงเล่นไป 11 นัด เสียเพียงแค่ 8 ประตู คิดเป็น 0.73 ประตูต่อนัด คลีนชีททั้งหมด 5 ครั้ง

โดยผู้เล่นตัวหลักในแนวรับประกอบไปด้วย เกป้า ผู้รักษาประตูดาวรุ่งฝีมือดีชาวสเปน ดาวิด หลุยส์ ที่กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ที่พัฒนาฟอร์มขึ้นมาจนยึดตัวจริงได้สำเร็จ และแบ็กซ้าย-ขวา อย่าง มาร์กอส อลองโซ่ และ เซซาร์ อัสปิลิกวยต้า ถือได้ว่าเป็นแผงแบ็คโฟร์ที่แข็งแกร่งเลยทีเดียว เรียกได้ว่ามีลุ้นกันยาวๆสำหรับผลงานทีมในปีนี้

สถิติเกมรับที่สำคัญ
ลงเล่น 11 นัด เสีย 8 ประตู คลีนชีท 5 ครั้ง เซฟ 22 ครั้ง
เข้าปะทะ 143 ครั้ง(สำเร็จ 57%) บล็อกลูกยิง 69 ครั้ง
ตัดบอล 74 ครั้ง เคลียร์บอล 198 ครั้ง


2. ลิเวอร์พูล อันดับ 3 เสีย 5 ประตู

5 ทีม EPL

หลังจากที่ หงส์แดง ได้เซ็นสัญญาระดับสถิติโลกในตำแหน่งกองหลัง คว้าตัว เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค รวมไปถึงแก้ไขปัญหาเรื่องผู้รักษาประตู ด้วยการทุ่มเงินมหาศาลซื้อตัว อลิสสัน เบ็คเกอร์ เข้ามา ถึงแม้ว่าสองดีลนี้จะทำให้ หงส์แดง สูญเงินไปกว่า 150 ล้านปอนด์ แต่มันก็คุ้มค่า เมื่อพวกเขาได้เข้ามายกระดับแนวรับของทีมอย่างแท้จริง ฟาน ไดจ์ค ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาคือ กองหลังระดับโลก มีความเร็ว สูงใหญ่ แข็งแกร่ง ลูกกลางอากาศยอดเยี่ยม

ส่วน อลิสสัน นั้นฝีมือยอดเยี่ยม ใช้เท้าได้ดี ลูกง่ายไม่พลาด ลูกยากก็สามารถเซฟได้ ทำให้แผงหลังเล่นกันได้อย่างมั่นใจ โดย 11 นัดที่ผ่านมานั้น หงส์แดง เป็นหนึ่งในทีมที่ยังไม่แพ้ใคร เสียไปเพียงแค่ 5 ประตู เฉลี่ยนัดละ 0.45 ลูกเท่านั้น ถ้าหากแนวรับยังทำผลงานได้อย่างสุดยอดเช่นนี้ รวมไปถึงแนวรุกชั้นยอดที่นำโดยสามประสาน SMF ไม่แน่ว่าความฝันอันยาวนานของเหล่า เดอะ ค็อป อาจจะเกิดขึ้นจริงในปีนี้ก็ได้

สถิติเกมรับที่สำคัญ
ลงเล่น 11 นัด เสีย 5 ประตู คลีนชีท 6 ครั้ง เซฟ 22 ครั้ง
เข้าปะทะ 182 ครั้ง(สำเร็จ 65%) บล็อกลูกยิง 40 ครั้ง
ตัดบอล 95 ครั้ง เคลียร์บอล 199 ครั้ง


1. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อันดับ 1 เสีย 4 ประตู

5 ทีมที่หลังแข็ง

ฝันของเหล่า เดอะ ค็อป จะเป็นจริงได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยอีกอย่างหนึ่งก็คือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นี่คือเต็งแชมป์ พรีเมียร์ลีก ของจริง แชมป์เก่าเมื่อปีที่แล้ว ทีมของยอดกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นั้น แข็งแกร่ง ยอดเยี่ยม และสมบูรณ์แบบ จะหาทีมใดในลีกที่สามารถล้มพวกเขาได้นั้นยากมากๆ โดยผลงานผ่านมา 11 นัดในลีกของ เรือใบสีฟ้า พวกเขาเป็นหนึ่งในทีมที่ยังไม่แพ้ใคร เช่นเดียวกับ เชลซี และ ลิเวอร์พูล ชนะ 9 เสมอ 2 แพ้ 0 เสียไปเพียงแค่ 4 ประตูเท่านั้น คิดเป็น 0.36 ประตูต่อนัด ถือว่าน้อยมากๆ ครองตำแหน่งจ่าฝูงอยู่ในเวลานี้

โดยกำลังหลักในเกมรับของ ซิตี้ ประกอบไปด้วย แอเดอร์สัน ผู้รักษาประตูทีมชาติบราซิล จอห์น สโตนส์ และ ไอเมอริค ลาปอร์เต้ สองเซนเตอร์ดาวรุ่งชั้นยอดที่จับคู่กันได้อย่างลงตัว และเบ็คสองข้างที่แข็งแกร่งทั้งรุกและรับอย่าง เบงฌาแม็ง เมนดี้ กับ ไคล์ วอล์คเกอร์ และพวกตัวสำรองที่ไว้ใจได้เช่น แวงซองต์ กอมปานี, ดานิโล, นิโคลัส โอตาเมนดี้ และ ฟาเบียน เดลฟ์ เรียกได้ว่าเป็นทีมที่แข็งแกร่งจริงๆ คงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจถ้าจบฤดูกาลนี้ ซิตี้จะสามารถคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ไปครองได้อีกหนึ่งสมัย

สถิติเกมรับที่สำคัญ
ลงเล่น 11 นัด เสีย 4 ประตู คลีนชีท 7 ครั้ง เซฟ 19 ครั้ง
เข้าปะทะ 127 ครั้ง(สำเร็จ 67%) บล็อกลูกยิง 70 ครั้ง
ตัดบอล 110 ครั้ง เคลียร์บอล 159 ครั้ง


ติดตามบทความ สกู๊ป กีฬา เจ๋งๆ ทั่วโลก ได้ที่ >>  restoreokpubliceducation.com

นักเตะ ค่าตัวแพง

มาดูกัน 7 อันดับ นักเตะ ค่าตัวแพง ที่สุด ใน พรีเมียร์ลีก ของการซื้อขายปีนี้

ล่าสุด ตลาดซื้อขายนักเตะ ฤดูร้อน ของ พรีเมียร์ลีก ประจำปี 2018-2019 ได้ปิดการดำเนินการแล้ว ซึ่งงานนี้มีหลายทีมที่ช้อปนักเตะใหม่ๆ เป็นจำนวนมาก หลายคนคงอยากรู้ว่าการซื้อนักเตะครั้งนี้ แต่ละคนถูกซื้อไปในค่าตัวเท่าไร เรามาดูกันว่า นักเตะ ค่าตัวแพง ที่สุด ต้องใช้เงินเท่าไร ใน ตลาดหน้าร้อน 2018 ไปดูกันเลย

7 ดีล นักเตะ ค่าตัวแพง ของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซัมเมอร์ 2018

1. ฟาบินโญ่ (ลิเวอร์พูล) 43.7 ล้านปอนด์

นักเตะ พรีเมียร์ลีก

โมนาโก สโมสรในศึกลีกเอิง จัดการขาย ฟาบินโญ่ ให้กับทีมลิเวอร์พูล ยักษ์ใหญ่แห่งอังกฤษด้วยค่าตัว 43.7 ล้านปอนด์ และยังมาพร้อมกับออฟชั่นเสริม ถ้าพาทีมขึ้นติดท็อป 4 ในลีก แล้วได้ไปยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก ลิเวอร์พูลต้องจ่ายเพิ่มอีก 5 ล้านปอนด์

ทั้งนี้ ฟาบินโญ่ เป็นกลองกลางตัวรับ ทีมชาติบราซิล เริ่มต้นค้าแข้งสมัยเยาวชนที่ ฟลูมิเนนเซ่ จากนั้นก็ย้ายไปเล่นที่โปรตุเกส กับ ริโออาฟ แล้วโดนเรอัล มาดริด ยืมตัว 1 ฤดูกาล ก่อนริโออาฟจะขายให้กับ โมนาโก โดยช่วงชีวิตที่เล่นในฝรั่งเศสเป็นเวลา 5 ปี เจ้าตัวลงสนาม 233 นัด ยิงถึง 31 ประตู และแอสซิสต์ 21 ครั้ง


2. นาบี เกอิตา (ลิเวอร์พูล) 52.75 ล้านปอนด์

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

นาบี เกอิตา ซึ่งเป็นกองกลางทีมชาติกินี ย้ายจาก อาร์บี ไลป์ซิก มาเข้าร่วมกับ ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว ถึง 52.75 ล้านปอนด์ เมื่อฤดูกาลที่แล้วในศึกบุนเดสลีกา เขาได้ลงสนามให้ต้นสังกัดเดิม 27 นัด ยิง 6 ประตู และ Assist 5 ครั้ง เขายังเคยผ่านศึกยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก 11 นัด และยูโรป้าลีก 12 นัด นอกจากนี้ยังรับใช้ทีมชาติมาทั้งหมด 29 ครั้ง


3. จอร์จินโญ่ (เชลซี) 57 ล้านปอนด์

ค่าตัวแพงที่สุด

เชลซี จัดการซื้อนักเตะ จอร์จินโญ่ กองกลางทีมชาติอิตาลี วัย 26 ปี จาก นาโปลี ด้วยสัญญาระยะยาว 5 ปีด้วยค่าตัว 57 ล้านปอนด์ โดยสมัยที่เขายังอยู่ที่นาโปลี ได้ลงเล่นไป 160 นัด ยิง 6 ประตู แอสซิส 14 ครั้ง นอกจากนี้ยังผ่านการรับใช้ทีมชาติติอัซซูรี่ มาจำนวน 8 นัด

ต่อมาเมื่อย้ายมาร่วมทัพเชลซี ได้ประเดิมนัดแรกเกมอุ่นเครื่องกับ เพิร์ธ กลอรี่ ที่ออสเตรเลีย ก็ได้ทำสถิติจ่ายบอลอันยอดเยี่ยม ลงเพียง 45 นาทีแรก แต่จ่ายบอลไปถึง 101 ครั้ง จ่ายบอลสำเร็จ 98 ครั้ง นั่นคือเฉลี่ยจ่ายทุก ๆ 27 วินาทีเลยทีเดียว


4. ริยาด มาห์เรซ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) 60 ล้านปอนด์

ค่าตัวแพง

ริยาด มาห์เรซ ถูกซื้อตัวโดยแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ย้ายมาจาก เลสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัวทุบสถิติสโมสรเรือใบ 60 ล้านปอนด์ พร้อมกับเซ็นสัญญาระยะยาว 5 ปี

ย้อนกลับไปเมื่อครั้งตลาดซื้อขายนักเตะฤดูหนาวช่วงต้นปีที่ผ่านมา มาห์เรซ ต้องการย้ายไปเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่เมื่อตลาดซื้อขายสิ้นสุดลง เจ้าตัวก็ยังไม่ได้ย้ายออก เนื่องจาก เลสเตอร์ ซิตี้ ไม่อยากเสียปีกชาวแอลจีเรียรายนี้ไป ที่ขณะนั้นฟอร์มการเล่นกำลังโดดเด่นเป็นที่จับตามองของหลายทีม

จึงได้ตั้งค่าหัวสูงลิบถึง 95 ล้านปอนด์ และก็เป็นผลสำเร็จ เพราะสโมสรเรือใบสู้ราคาไม่ไหวล้มเลิกดีลไปในที่สุด ทำให้ มาห์เรซ หัวเสียอย่างมาก ไม่ยอมมาซ้อมกับทีม 2 วันติดต่อกัน และโดนจิ้งจอกลงดาบปรับเงินจำนวน 200,000 ปอนด์


5. เฟร็ด (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) 61.2 ล้านปอนด์

อันดับนักเตะ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกลงซื้อ เฟร็ด ดาวเตะกองกลางทีมชาติบราซิล วัย 25 ปี จาก ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค สโมสรใน ยูเครเนียน พรีเมียร์ลีก ด้วยค่าตัว 61.2 ล้านปอนด์ เซ็นสัญญา 5 ปี

โดยก่อนที่ เฟร็ด จะมาเข้าร่วมทัพนั้น ได้ลงเล่นให้กับ ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค ไปจำนวน 155 นัด ยิง 15 ประตู แอสซิสต์ 15 ครั้ง ซึ่งสมัยที่ค้าแข้ง สามารถพาทีมคว้าแชมป์มา 6 ถ้วย แบ่งเป็น แชมป์ยูเครเนียน พรีเมียร์ลีก 3 ครั้ง แชมป์ยูเครเนียน คัพ 1 ครั้ง และแชมป์ยูเครเนียน ซูเปอร์คัพ 2 ครั้ง


6. อลิสซอน เบ็คเกอร์ (ลิเวอร์พูล) 67 ล้านปอนด์

ซัมเมอร์ 2018

ลิเวอร์พูลประกาศความสำเร็จคว้า อลิสซอน เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูมือหนึ่งทีมชาติบราซิล ที่ย้ายมาจาก โรม่า ด้วยค่าตัวสถิติโลกในช่วงแรก 67 ล้านปอนด์ ซึ่งการมาของนักเตะรายนี้ ได้สร้างความสงสัยของเหล่าแฟนบอลว่า เหตุใดทีมถึงยอมทุ่มเงินเพื่อให้ได้อดีตนายทวารโรม่า มาครอบครอง

ย้อนกลับไปเมื่อวันชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ที่ผ่านมา ลอริส คาริอุส นายด่านมือหนึ่งลิเวอร์พูล ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงฟอร์มการเล่นยอดแย่ในนัดนั้น จนถูกกล่าวว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ทีมพ่ายแพ้เรอัล มาดริด

ขณะที่ทางด้านสถิติของ อลิสซอน ตอนอยู่โรม่า พบว่าฤดูกาลแล้ว เจ้าตัวลงเล่น 37 นัด เก็บ 17 คลีนชีต เซฟประตู 109 ครั้ง ผ่านบอลได้แม่น 83% เซฟจุดโทษถึง 2 ครั้ง (จาก 5 ครั้ง) ทำให้ไม่ต้องสัยสัยเลยว่าผู้รักษาประตูคนใหม่ของ ลิเวอร์พูล เก่งกาจสมกับค่าตัวหรือไม่


7. เกป้า อาร์รีซาบาลาก้า (เชลซี) 71.6 ล้านปอนด์

 7 นักเตะ

เชลซีเพิ่งได้คว้า เกป้า อาร์รีซาบาลาก้า ผู้รักษาประตูทีมชาติสเปนคนใหม่ เซ็นสัญญาระยะยาว 7 ปี จาก แอธเลติก บิลเบา ด้วยค่าตัวสูงถึง 71.6 ล้านปอนด์ นับเป็นตัวเลขสถิติโลกสูงสุดของผู้รักษาประตู ที่ก่อนหน้านี้เป็นของ อลิสซอน เบ็คเกอร์ จากทีมลิเวอร์พูล

โดยการมาของนายทวารรายนี้ สืบเนื่องมาจาก ติโบต์ กูร์กตัวส์ ไม่ต้องการต่อสัญญากับต้นสังกัด และอยากย้ายไปเล่นที่สเปน เพื่อจะได้อยู่กับครอบครัว ทำให้เชลซี ไม่อยากเสี่ยงที่จะปล่อย กูร์กตัวส์ ออกไปแบบฟรีๆ

ซึ่งเหลือสัญญาแค่ปีเดียว จึงต้องคว้า เกป้า มาเป็นตัวตายตัวแทนโกลมือหนึ่งคนใหม่ แล้วขาย กูร์กตัวส์ ให้เรอัล มาดริด 35 ล้านปอนด์


ติดตามบทความ สกู๊ป ฟุตบอล เจ๋งๆ ได้ที่ >>  restoreokpubliceducation.com

หัวหอก พลาดเป้า

แล้วจะอึ้ง ! มาชม หัวหอก ‘พลาดเป้า’ บ่อยสุดใน พรีเมียร์ลีก

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแน่นอนกับสถิติ หัวหอก พลาดเป้า ที่ออกมา เมื่อเว็บไซด์อย่างเป็นทางการของ ‘Premier league’ ได้เปิดเผยถึงรายชื่อ ศูนย์หน้า ที่พลาดโอกาสสำคัญมากที่สุด ตลอดระยะเวลา ค้าแข้ง บนสังเวียน พรีเมียร์ลีก ส่วนจะมีใครบ้างนั้นติดตามกันเลย

มาชม หัวหอก พลาดเป้า 9 อันดับแรก ของ ลีกอังกฤษ

9. เวย์น รูนีย์ : เอฟเวอร์ตัน, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เวย์น รูนีย์

ดาวยิงที่ขึ้นแท่นเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทีมชาติอังกฤษ ก็อยู่ในโผนี้ด้วยแต่ก็ถือว่าน้อยมากๆหากเทียบกับจำนวนประตูที่เขาสามารถกระซวกให้กับสโมสรได้

ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้นปรากฏว่า รูนีย์ พลาดโอกาสครั้งสำคัญในการทำประตูไปทั้งหมด 54 ครั้งแต่สถิติใน พรีเมียร์ลีก ของเขาก็คือลงสนาม 491 นัดยิงได้ 208 ประตู


8. ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ : แมนเชสเตอร์ ซิตี้, โบลตัน วันเดอร์เรอร์ส, เชลซี, ลิเวอร์พูล, เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน

ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

หอกกระดูกยุงรายนี้เราอาจจะเห็นในช่วงหลังที่ว่า ‘ลงเป็นยิง’ ให้กับ ลิเวอร์พูล ก็จริงทว่า สเตอร์ริดจ์ นั้นก็ใช้โอกาสไปไม่ใช่น้อยและก็พลาดจังหวะจ่อๆหลายต่อหลายครั้ง

ตามสถิติที่ออกมา ‘หริด’ พลาดครั้งสำคัญไปทั้งหมด 57 ครั้งตลอดการล่าตาข่ายใน พรีเมียร์ลีก ส่วนสถิติรวมของเขานั้นลงสนามไปทั้งหมด 203 นัดยิงได้ 75 ประตูด้วยกัน


7. ธีโอ วัลค็อตต์ : อาร์เซน่อล, เอฟเวอร์ตัน

ธีโอ วัลค็อตต์

จริงอยู่ที่ช่วงหลังๆเราจะมองเห็นทาง วัลค็อตต์ เป็นผู้เล่นในตำแหน่งปีกซะมากกว่าศูนย์หน้าแต่เจ้าตัวก็เคยย้ำมาตลอดว่าตำแหน่งที่ถนัดจริงๆคือหัวหอกที่มีหน้าที่สังหารประตูเท่านั้น

วัลค็อตต์ ได้รับโอกาสลงสนามกับ อาร์เซน่อล อย่างต่อเนื่องในช่วงแรกและแน่นอนว่าเขาก็โดนแฟนๆด่าไม่ใช่น้อยเกี่ยวการพลาดโอกาสในการทำประตูซึ่งแข้งจาก “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” พลาดรวมไปแล้ว 66 ครั้งด้วยกัน

ส่วนสถิติรวมของเขานั้น วัลค็อตต์ ลงสนามไป 288 นัดยิงได้ 70 ประตู


6. แฮร์รี่ เคน : ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์, นอริช ซิตี้

แฮร์รี่ เคน

เจ้าของรางวัล ‘รองเท้าทองคำ’ ฤดูกาลที่ผ่านมาอย่าง เคน ก็มีจังหวะพลาดแบบเหน่งๆไม่ใช่เล่นเหมือนกัน แต่ถึงอย่างนั้นด้วยจำนวนประตูที่เขาทำได้มันก็น่าจะพอหยวนๆและลืมเรื่องสถิตินี้ไปได้บ้าง

เคน พลาดโอกาสครั้งสำคัญทั้หมด 70 ครั้งตลอดการลงสนามให้กับ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ และ นอริช ซิตี้ (ลงนัดเดียว) แต่เชื่อเถอะครับว่าด้วยสถิติลงสนาม 157 นัดยิงไป 110 ประตู ใครล่ะจะไปสนความผิดพลาดของ เคน กัน ?


5. โอลิวิเยร์ ชิรูด์ : อาร์เซน่อล, เชลซี

โอลิวิเยร์ ชิรูด์

หนึ่งในกองหน้าที่โดนแฟนๆด่าว่าเป็น ‘สากกระเบือ’ มากที่สุดคนหนึ่งของวงการลูกหนังแต่ ชิรูด์ เองไม่ใช่ที่สุดในเรื่องของการพลาดโอกาสครั้งสำคัญแต่อย่างใด

สถิติที่ถูกเปิดเผยออกมานั้นหัวหอกดีกรีแชมป์โลกชาวเฟร้นซ์พลาดไปทั้งหมด 71 ครั้งและด้วยสถิติการลงเล่น 196 นัดยิงได้ 76 ประตู มันก็ดูไม่เลวอะไรเลยในฐานะศูนย์หน้าตัวเป้า


4. โรเมลู ลูกากู : เชลซี, เอฟเวอร์ตัน, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

โรเมลู ลูกากู

แข้งที่เคยถูกจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งสำหรับ ลูกากู ตอนที่เขาย้ายมาอยู่กับ เชลซี ทว่าสุดท้ายก็ไม่สามารถแจ้งเกิดได้ในสีเสื้อน้ำเงินของ “สิงห์บลูส์” ทว่าเขากลับสามารถเข้าอำเภอแจ้งเกิดได้สำเร็จด้วยสีเสื้อน้ำเงินเหมือนกันแต่กับ เอฟเวอร์ตัน

ในตอนนี้ ลูกากู ล่าตาข่ายอยู่กับทาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และความผิดพลาดในการสังหารประตูจังหวะสำคัญนั้นอยู่ที่ 75 ครั้งด้วยกันทว่าสถิติรวมนั้นบอกได้เลยว่าไม่ใช่เล่นๆด้วยการลงสนาม 224 นัดยิงได้ 104 ประตู


3. คริสติย็อง เบนเตเก้ : แอสตัน วิลล่า, ลิเวอร์พูล, คริสตัล พาเลซ

คริสติย็อง เบนเตเก้

ดาวยิงเจ้าของฉายาบุตรแห่ง เอลมิล เฮสกี้ ผงาดขึ้นมารั้งอันดับที่ 3 ได้ซึ่งก็ถือว่าเพราะแรงด่าจากแฟนๆ ลิเวอร์พูล ล้วนๆเลยครับเพราะหากลองเทียบปีกับแข้งที่ติดๆมาน่ะ เบนเตเก้ เพิ่งจะเข้ามาโลดแล่นใน พรีเมียร์ลีก เมื่อปี 2012 นี้เอง

เบนเตเก้ พลาดโอกาสในการสังหารประตูจังหวะสำคัญไปแล้วถึง 77 ครั้งแถมสถิติลงสนาม 189 นัดยิงได้ 69 ประตูก็เชื่อว่ามันยังไม่ดีพอเท่าที่ควรในฐานะศูนย์หน้าตัวความหวังของทีม


2. โรบิน ฟาน เพอร์ซีย์ : อาร์เซน่อล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

โรบิน-ฟาน-เพอร์ซีย์

ใช่ครับ อ่านไม่ผิดหรอกเพราะอันดับที่ 2 ก็คือ ‘RVP’ ฟลายอิง ดัตช์ แมน ของ “ปืนใหญ่” และ “ปีศาจแดง” ที่ปรากฏว่าเขาพลาดโอกาสครั้งสำคัญมาแล้วถึง 80 ครั้งเลยทีเดียว

ตลอดระยะเวลาที่เราเห็น ฟาน เพอร์ซี่ ลงสนามในเสื้อสีแดงของทั้ง อาร์เซน่อล และ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้นเราอาจจะนึกภาพการสังหารที่คมกริบด้วยเท้าซ้ายพิฆาต แต่สถิติก็คือสถิตินั่นแหละครับ

สำหรับ ‘RVP’ นั้นลงสนามไปทั้งหมด 280 นัดยิงได้ 144 ประตู เอาล่ะคงจะลืมสถิติความผิดพลาดของ ฟาน เพอร์ซี่ ไปหมดแล้วล่ะสิ


1. เซร์คิโอ อเกวโร่ : แมนเชสเตอร์ ซิตี้

เซร์คิโอ อเกวโร่

เพิ่งจะขึ้นแท่นเป็นตำนานสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปหมาดๆสำหรับการกระทุ้งประตูได้มากที่สุดของประวัติศาสตร์ “เรือใบสีฟ้า” แต่ตัวของ กุน เองก็มีสถิติที่ค่อนข้างย้อนแย้งออกมานิดนึง

หากใครเป็นแฟน “เรือใบสีฟ้า” ที่ติดตามรับชมบ่อยๆอาจจะไม่แปลกใจซักเท่าไรนักเพราะเราจะเห็นได้ตลอดเวลาเลยว่า กุน พลาดโอกาสครั้งสำคัญไปมากมายขนาดไหนซึ่งข้อมูลที่ออกมาก็ระบุว่าเขาพลาดไปถึง 105 ครั้งกินขาดแข้งอันดับ 2-9 สุดๆ

แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ กุน ลงสนามให้กับ ซิตี้ ไป 210 และยิงได้ถึง 146 ประตูและคุณลองคิดดูสิว่าหากเขาเปลี่ยนความผิดพลาดให้กลายเป็นประตูได้สถิติรวมทั้งหมดของหอกมะขามข้อเดียวรายนี้จะสุดตะลึงขนาดไหน


ติดตามบทความ สกู๊ป ฟุตบอล เจ๋งๆ ได้ที่ >>  restoreokpubliceducation.com