“ยังไม่เข้าตา” รวมนักเตะที่เขาว่าดี แต่ถึงตอนนี้ยัง “ไม่ปัง” เท่าที่ควร

ในโลกของการแข่งขันฟุตบอลอาชีพ เมื่อใดก็ตามที่เข้าสู่ช่วงเวลาเปิดตลาดซื้อขายนักเตะแต่ละครั้ง ย่อมนำมาซึ่งความหวังของบรรดาทีมน้อยทีมใหญ่ และการจับตาของแฟน ๆ ที่คาดหวังว่า จะได้เห็นการเสริมทัพให้กับทีมจนวิ่งฉิว สร้างอันดับดีๆ ในเป้าหมายของทีมตนเองได้

ทว่าในทุกฤดูกาล มักมีบทเรียนเกิดขึ้นเสมอ ที่ทุกทีมล้วนมีโอกาสต้องพบเจอกับการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า นักเตะบางคนมีมูลค่าระดับซุปเปอร์สตาร์ แต่กลับเล่นได้แสนธรรมดา ไม่สมกับมาตรฐานที่แฟน ๆ คาดหวัง นักเตะบางคนเล่นได้คุณภาพตกต่ำกว่าที่ควรจะเป็น หรือบางคนไม่สามารถงัดความความโดดเด่นออกมาได้ เมื่อมาอยู่ในถิ่นใหม่

รวมนักเตะที่เขาว่าดี แต่ถึงตอนนี้ยัง “ไม่ปัง” เท่าที่ควร

“เฟร็ด”

เฟร็ด

และสำหรับช่วงฤดูกาล 2018 ถึง2019 นี้เรามาดูกันว่ามีใครบ้างที่ไม่ปังเท่าที่ควร และรายแรกที่กำลังมาแรงท่ามกลางเสียงบ่น จะเป็นใครไม่ได้เลย ที่ถูกกล่าวถึงมากในฤดูกาล 2018-2019 นี้ นั่นก็คือ “เฟร็ด”

เฟร็ด คือชื่อที่ต้องกล่าวถึงก่อนใคร ด้วยกระแสที่ถูกโจมตีอย่างแรง ว่าซื้อมาไม่คุ้มกับค่าตัวเอาซะเลย ซึ่ง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด คว้าตัวมาจาก ชัคตาร์ โดเนตสค์ สโมสรในลีกยูเครน ด้วยมูลค่าสูงถึงราว ๆ 60 ล้านปอนด์

เสมือนกับว่ามีความมั่นใจมาก ว่าทีมมีระบบแมวมองที่ยอดเยี่ยม และกล้าที่จะให้ราคาสูงในการซื้อตัวมาจากทีมในลีกชั้นรองด้วยราคาสูงขนาดนั้น

อาศัยความมั่นใจในด้านสถิติอันสวยหรู จากตัวเลขของการ แอสซิสต์ การลากบอล และลีลาการเล่นที่มิดฟิลด์ชาวบราซิลผู้นี้ มีความสารพัดประโยชน์ เล่นบทบาทเป็นกลางตัวรับก็ดีหรือกลางตัวรุกก็ได้ซึ่งทาง มูรินโญ่ คาดหวังว่าจะนำมาใช้ในแผนระบบ กองกลาง 3 ตัวได้อย่างเข้าแผน

แม้ว่าการลดกองกลางเหลือสามตัวนั้น มิดฟิลด์ตัวกลาง จะต้องเป็นผู้ที่รับบทหนัก โดยเฉพาะ เฟร็ด ยังมีส่วนสูงเพียง 169 เซ็นติเมตร ซึ่งอาจต้องประสบปัญหา กับการชิงลูกกลางอากาศ แต่ทว่าสโมสรก็ยังทุ่มทุน คว้าตัวมาลองของจนได้

แต่ในตลอดช่วงระยะเวลาที่ลงเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ก็ปรากฏว่า เฟร็ด นั้นพอจะมีดีอยู่บ้างกับบทบาทการเล่นในหน้าที่ กองกลางตัวรับ แต่ไม่ได้สารพัดประโยชน์อย่างที่คิด เพราะไม่สามารถเชื่อมต่อเกมรุกได้เข้าตา โดยเฉพาะการย้ายมาเล่นกับทีมที่แกว่งไปทั้งโครงสร้าง ยิ่งทำให้เป็นงานยากมากขึ้นไปใหญ่

แต่ถ้าหากเทียบกับมูลค่า “60 ล้านปอนด์” ที่อย่างน้อย ผู้เล่นสมราคาระดับนี้น่าจะมีส่วนในการพลิกรูปเกมได้มากกว่าที่เป็นอยู่ จึงส่งผลให้ เฟร็ด ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตี และกล่าวโทษการใช้เงินไปอย่างไม่คุ้มค่าในการซื้อตัวเขา ซึ่งกลายข้อครหากันมากอย่างชนิดที่โทษทุกอย่างมาที่ เฟร็ด แต่ผู้เดียวอย่างน่าเห็นใจ


“ปาโบล มัฟเฟโอ”

ปาโบล-มัฟเฟโอ

สถานการณ์ของทีม สตุ๊ตการ์ท ไม่สู้ดีนักในลีกบุนเดสลีกา และดิ่งลงไปพร้อม ๆ กับความเงียบหายของ ชื่อเสียง นักเตะสัญชาติสเปนรายนี้

ทั้งที่ก่อนนั้นเคยมีข่าวถึงขนาดที่ ลิโอเนล เมสซี่ เคยทึ่งและชื่นชมผลงานการประกบตัว “มนุษย์ต่างดาว” รายนี้เอาไว้ได้อย่างแทบอยู่หมัด ซึ่งในเกมครั้งนั้นเมื่อจบเกม เมสซี่ เดินเข้าไปหา ปาโบล มัฟเฟโอ พูดคุยและเอ่ยปากชม และยังปลื้มไม่หายจนถึงขั้นคะยั้นคะยอ ให้ทีม บาร์เซโลน่า นำเข้านักเตะรายนี้มาไว้ในทีม ราวกับเด็กที่เจอของถูกใจ

ซึ่ง ปาโบล มัฟเฟโอ อดีตผู้เล่นของ แมนเชสเตอร์ซิตี้ ชุด u23 ถือเป็นนักเตะที่สโมสร สตุ๊ดการ์ท คว้ามาได้อย่างภาคภูมิ และมักจะมั่นใจให้ทำหน้าที่คุมแนวหลัง รวมถึงยังวางระบบให้ ปาโบล ทำหน้าที่ช่วยเติมเกมบุกปีกขวาอีกด้วย

แต่ทว่าไม่ว่าจะลองแผนนี้ต่อกี่ครั้ง อันดับตารางคะแนนของ สตุ๊ดการ์ท ก็ยังคงร่วงหล่นอยู่เรื่อยๆ จนขณะนี้ต้องหนีการตกชั้นกันอย่างยากลำบาก และแน่นอนว่าคำชมของ ลิโอเนล เมสซี่ คือคำชมในด้านของการ “ประกบตัวผู้เล่น” แต่ในขณะที่ สตุ๊ดการ์ท กลับคาดหวังประสิทธิภาพของการเติมเกมบุกด้วยจากเขาคนนี้

อาจจะเรียกได้ว่านักเตะรายนี้ นอกจากจะไม่ปังต่อแล้ว ยังอาจซวยสุดๆ ในการไม่สามารถใช้ความถนัดออกมาได้อย่างเต็มที่ และต้องอยู่กับทีมที่สะกดชัยชนะแทบไม่เป็นในเวลานี้


“ยานนิค เวสเทอร์การ์ด”

ยานนิค-เวสเทอร์การ์ด

ยานนิค เวสเทอร์การ์ด แทบจะมองได้ว่าคือความหวังสำคัญของทีม เซาธ์แฮมป์ตัน เพราะด้วยการทุ่มงบลงไปของทีมเล็กๆ ด้วยงบประมาณกว่า 22 ล้านปอนด์นั้น ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก

ซึ่งนักเตะที่ย้ายมาจากทีม โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัคผู้นี้ถือว่ามีฟอร์มการเล่นที่จัดได้ว่ามีกระแสดีมาก ในกลุ่มบรรดานักเตะของ บุนเดสลีกา เยอรมัน ที่น่าจับตา แต่ปรากฏว่าความเจ๋งที่มีอยู่ใน เวสเทอร์การ์ด ยังไม่มากพอที่จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของทีม เซาธ์แฮมป์ตัน ได้มากเท่าใดนัก

โดยเฉพาะเมื่อทีมปราศจาก การรักษาบอลแดนกลาง และการสร้างเกมรุกที่ดี ก็เป็นสิ่งที่ยากที่นักเตะกองหลังรายนี้ จะสามารถมีส่วนไปเปลี่ยนแปลงเกมอะไรได้ แม้ว่าทีมจะมีการเสริมกำลังด้วย โมฮาเหม็ด เอลยูนูสซี่ และ แองกัส กันน์ รวมถึง สจ๊วต อาร์มสตรอง ในงบประมาณที่สูงพอตัว แต่ก็ยังกลายเป็นทีมที่มัก “เปิดช่องโหว่” ให้ฝ่ายตรงข้าม บุกกระหน่ำซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ กันชนิดที่กองหลังต้องรับบทหนักอย่างขีดสุดอยู่เสมอ

แม้ต่อให้ ยานนิค เวสเทอร์การ์ด จะเป็นปราการหลังมีชื่อแค่ไหน ชื่อเสียงของเขาก็กำลัง “ป่นปี้” ลงไปเรื่อย ๆ กับการแจกแต้มของทีมอยู่ในเวลานี้


“เดนิส เชริเยฟ”

เดนิส-เชริเยฟ

เดนิส เชริเยฟ โชว์ผลงานการยิงประตูโครเอเชีย สร้างชื่อให้กับตัวเองอย่างโด่งดังในศึกฟุตบอลโลก 2018 ให้กับ รัสเซีย และเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้บทบาทการเล่นของทีมรัสเซีย ถือว่าน่าชื่นชม มีคุณภาพอย่างไม่อายใคร

และก็เป็นทีม “ค้างคาว” บาเลนเซีย ในลีก ลาลีกาสเปน ที่ติดต่อไปยังสโมสร บียาร์เรอัล ขอนำตัว เดนิส เชริเยฟ มาลองของเป็นการด่วน แต่ท้ายที่สุดแล้ว กลับไม่ช่วยให้สถานการณ์ของทีมดีขึ้นเลย แม้จะยังคุ้มดีคุ้มร้ายบางเกม แม้จะสามารถทำแสบกับทีมใหญ่ได้บ้างก็ตาม

แต่ภาพรวมแล้วทีมกำลังเข้าใกล้โซนอันตรายไปเรื่อยๆ และนั่นก็ทำให้ “ความปัง” ของเดนิส เชริเยฟ ที่หวังจะสานต่อความดัง ต้องแผ่วกระแสไปโดยปริยาย


“อ็องเดร-ฟร้องค์ ซัมโบ้ อ็องกิสซ่า”

อ็องเดร-ฟร้องค์-ซัมโบ้-อ็องกิสซ่า

จากที่เคยเป็นผู้เล่นที่ถูกหลายทีมใหญ่พากัน “รุมจีบ” และเป็นทาง “เจ้าสัวน้อย” ฟูแล่ม ที่ทุ่มไปหนัก ๆ ถึงราว 27 ล้านปอนด์ พร้อมกับการคว้าตัว ฌ็อง มิเชล เซรี่ ในราคาเดียวกันมาเข้าสู่ทีมด้วย ซึ่งกองกลางแบบสารพัดประโยชน์คนนี้ก็ยังพอดูมีความคุ้มค่าอยู่บ้าง

แต่สำหรับ อ็องกิสซ่า นั้นต้องเจอกับบททดสอบหนักในสถานการณ์ที่คล้าย ๆ กันกับ เฟร็ด ของทีม แมนยูฯ เพราะ อ็องกิสซ่า ดูจะไม่ถนัดการเล่น ที่ต้องมารับบทกองกลางตัวรับแบบยืนเดี่ยว อีกทั้งแดนหลังของ ฟูแล่ม ก็ขาดประสิทธิภาพมาก ๆ ในการเติมเกมบุก แต่ดันอยู่ในระบบที่ต้องอาศัยการเติมเกมรุกจากแดนหลัง จนทำให้รูปเกมส์เกิดสถานการณ์ที่ “ล่อแหลม” อยู่บ่อยครั้ง ถูกสวนอย่างง่าย ๆ ไม่ตั้งอยู่ในรูปการณ์ที่แดนหลังจะคอยเสริมกำลังกับกองกลางตัวรับได้ดีนักทำให้ อ็องกิสซ่า ไม่อยู่ในคุณสมบัติที่โดดเด่นได้เลย เรียกได้ว่างัดฟอร์มเก่งไม่ออก หมดความปังไปในที่สุด และกำลังอยู่ในทีมที่ลุ้นตกชั้นเป็นอย่างมากในเวลานี้

ท้ายสุดนี้แม้ว่าผลของการซื้อเตะจากช่วงเปิดฤดูกาล จะทำให้เกิดปัญหาใดๆขึ้น แต่เมื่อกำลังผ่านพ้น การซื้อขายอีกครั้งในช่วงครึ่งหลังฤดูกาล ก็อาจจะยังทำให้มีลุ้นที่จะเปลี่ยนสถานการณ์เมื่อแต่ละทีมได้รับบทเรียนของตนและเป็นโอกาสที่จะนำเข้านักเตะใหม่ ๆ มาเสริมจุดบกพร่อง

ช่วยเปิดโอกาสให้บรรดานักเตะ ที่กำลังเข้าสู่ฟอร์มอันย่ำแย่หรืองัดความสามารถได้ไม่เต็มที่นั้น อาจจะได้มีโอกาสเค้นฟอร์มให้กับตนเอง ท่ามกลางบทสรุปที่กำลังขับเคลื่อนต่อไปในโค้งสุดท้าย และเข้าใกล้จุดตัดสินไปทุกที ซึ่งผลจะเป็นอย่างไรต้องรอดูกันเมื่อจบฤดูกาล 2018-2019 นี้ เราอาจจะได้เห็นการโละออกจากทีม ปล่อยขายถูก ๆ หรือแม้แต่ตัวนักเตะเองที่หาทางจากไปก็เป็นได้


ติดตามบทความ สกู๊ป กีฬา เจ๋งๆ ทั่วโลก ได้ที่ >>  restoreokpubliceducation.com

Leave a Reply